รีวิวหนัง The Florida Project – แดน (ไม่) เนรมิต

เรื่องย่อหนัง

หนัง The Florida Project เกิดเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตอนหน้าร้อน ของเด็กผู้หญิงอายุ 6 ขวบ นามว่า Moonee ชีวิตที่ใสซื่อแต่ว่าแข็งโลก ทำอะไรเบิกบาน โดยมิได้คิดอะไร ซึ่งทั้งสิ้นตรงกันข้ามกับผู้ดูแลที่จำต้องต่อสู้กับความยุ่งยากเพื่อลูกที่ตัวเองรัก ชีวิตชนชั้นกรรมกรของผู้แสดงทั้งสิ้นภายใต้ร่มเงาของ Disney World 


Set over one summer, the film follows precocious six-year-old Moonee as she courts mischief and adventure with her ragtag playmates and bonds with her rebellious but caring mother, all while living in the shadows of Disney World.

 

 

วิภาควิจารณ์ หนัง

The Florida Project (Sean Baker | USA | 2017)

เมื่อสองปีกลาย Tangerine (2015) จากความสามารถผู้กำกับผู้เดียวกันได้สร้างความซาบซึ้งไว้เยอะมากในฐานะหนังถ่ายไอโฟนสีจัดจ้าน ทุนน้อย เรื่องน้อยๆที่เล่าเพียงแค่เรื่องราวภายในช่วงระยะเวลาชีวิตไม่เท่าไหร่ของกะเทยเพื่อนสนิท แม้กระนั้นสามารถสร้างความรื่นเริงใจได้อย่างแสบสันแล้วก็อบอวลความตรึงใจในมิตรภาพของชีวิตจากมุมเมืองที่ไม่น่าอภิรมย์ได้อย่างน่าจำแล้ว มาในครั้งนี้กับ The Florida Project ที่ผู้กำกับเลือกเล่าชีวิตของสองแม่ลูกในอพาร์ตเมนต์ที่ชีวิตแม่ยังสาวนั้นว่างงานรวมทั้งดำรงชีวิตหารายได้มาให้พอเพียงจ่ายค่าเช่าห้องไปวันๆ รวมทั้งบุตรสาวสุดดื้อดึงที่วิ่งเล่นสร้างความกล้าหาญกับกลุ่มเพื่อนพ้องหอพักไปตามประสา ในระแวกซึ่งไม่ไกลกันนั้นมีสวนสนุก Disney Land ที่ผู้คนทั่วทั้งโลกต้องการมาเยี่ยมเต็มไปด้วยสีสันของความสบาย

ถูกใจมากมายขนาดที่แน่ใจว่าแม้จัดท็อปหนังที่มองในปี 2018 ควรจะมี The Florida Project ติดอันดับ Top 10 อย่างแน่แท้ แล้วก็สำหรับ Top 5 หรือ Top 3 ก็ยังเป็นได้ เป็นหนังเล็กๆที่เล่าชีวิตคนตัวเล็กๆในสังคมที่ขึ้นชื่อว่าก้าวหน้าและก็ปรับปรุงแล้วอย่างสหรัฐฯได้อย่างธรรมชาติ รวมทั้งน่าติดตาม กระบวนการทำหนังแล้วก็เล่าให้อินไปกับชีวิตรวมทั้งรู้เรื่องนักแสดงให้ได้นั้นว่าไม่ใช่ง่ายแล้ว แต่ว่าการเล่าแบบให้เป็นชีวิตที่ธรรมดาที่สุด แม้กระนั้นยังอยากความสนุกสนานให้น่าติดตามด้วยนั้นยากมากกว่า ซึ่งอีกทั้งการออกแบบการเล่าในบทหนัง การควบคุมจ้อง และก็การแสดงล้วนแล้วแต่ธรรมชาติมากมายๆ ถูกใจการเล่าความธรรมดาชีวิตที่ไม่ต้องมีอะไรมาแนะนำแล้วก็วินิจฉัยผู้แสดงในหัวข้อนี้มากมายๆ ผู้ชมจำต้องรู้สึกรวมทั้งไตร่ตรองกับสิ่งที่นักแสดงทำแล้วก็ผลที่ได้ขึ้นเอง ราวกับพึ่งพบกับผู้ที่อยู่เบื้องหน้าแล้วได้ทราบจะชีวิตของพวกเขาไปเรื่อยโดยที่ไม่ต้องทราบเบื้องหน้าเบื้องหลังชีวิตอะไรล้นหลาม ไม่เคยทราบจะกันมาก่อน รวมทั้งเมื่อถึงตอนสุดท้ายของหนังพวกเราก็ไม่คิดแม้กระทั้งจะกล้าวินิจฉัยว่าผู้แสดงควรจะมีชีวิตไปตามสิ่งที่เขาเป็น

แต่ว่าหนังเล่าให้พวกเรามองเห็นมุมมองความเป็นคนคนหนึ่งที่มิได้เอาคุณงามความดีความเลวทรามร้ายมาครอบ ทำให้พวกเราไม่อยากจะดูเพียงแค่ว่าก็คุณขี้เกียจคร้านยังไง คิดไม่เป็นยังไง บอกไม่ฟังยังไงคุณถึงจะต้องมีชีวิตอย่างงี้ ในขณะที่มันเกิดเรื่องจริงและก็นักแสดงมิได้คิดจะฟังและก็ปรับนิสัยไปกับช่องทางชีวิตใหม่ๆ แม้ว่าพวกเราจะไม่เคยทราบต้นเหตุที่จริงจริงว่าเพราะเหตุไรชีวิตของแม่ลูกคู่นี้ถึงได้เป็นอย่างนี้แม้กระนั้นก็ยังตื้นตันกับความรักความสำราญแล้วก็ความหม่นหมองที่เกิดขึ้นในชีวิตของทุกนักแสดง ถ้าเกิดพบแม่ลูกแบบงี้ในชีวิตจริงอาจจะเกลียดชังไม่ชอบใจแน่นอนถ้าหากพบคนใดมากระทำตัวอย่างงี้ใส่เฉพาะหน้าใครกันแน่ในบ้านพวกเรา คงจะได้ดังในเพจแล้ว ลูกคุณมิได้น่ารักน่าเอ็นดูสำหรับทุกคนแน่นอน แต่ว่าหนังมิได้ทำให้พวกเรารู้สึกแบบงั้น ถูกใจความเป็นมนุษย์ของทุกนักแสดงที่ทำให้พวกเราไม่รู้เรื่องสึกชิงชังแม้ว่าถ้าเกิดเผชิญพบเห็นในชีวิตจริงพวกเราคงจะรู้สึกต้องการอยู่ให้ห่างเข้าไว้เป็นที่สุด