ธรรมะปัญญา

บทความธรรมะและปัญญา

บ่อเกิดแห่งความสุขมีอยู่กันเราทุกคนในอยู่แล้วเพียงแต่เรามองข้ามไปหรือไม่รู้จักใช้เท่านั้น เมื่อใดที่เรามีความทุกข์ แทนที่จะมองหาสิ่งนอกตัวลองพิจารณาเองว่าสิ่งที่เรามีอยู่ ไม่ว่ามิตรภาพ ครอบครัว สุขภาพ ทรัพย์สิน รวมทั้งจิตใจของเรา ล้วนสามารถบันดาลความสุขให้แก่เราได้ทั้งนั้น ขอเพียงแค่เรารู้จักชื่นชม รู้จักมอง และจัดการอย่างถูกต้องเท่านั้น แทนที่จะแสวงหาแต่ความสุขจากการได้ ลองหันมาแสวงหาความสุขจากการมี หรือจากสิ่งที่มี ขั้นต่อไปคือ การแสวงหาความสุขจากการให้ คือยิ่งให้ความสุข ก็ยิ่งมีความสุข สุขเพราะเห็นน้ำตาของผู้อื่นเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม และสุขเพราะภาคภูมิใจที่เราได้ทำความดี และทำให้ชีวิตมีความหมายจากจุดนั้นแหละก็ไม่ยากที่เราจะค้นพบความสุขจากการไม่มี นั้นคือสุขจากการปล่อยวาง และเราไม่ยึดติดในสิ่งที่มี และเพราะเหตุนั้น แม้ไม่มีหรือสูญเสียไป ก็ยังเป็นสุขอยู่ได้เกิดมาทั้งที น่าจะมีโอกาสได้สัมผัสกับความสุขจากการให้และ การไม่มีเพราะนั่นคือสุขที่สลบเย็นและยั่งยืนอย่างแท้จริง

จำไว้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ล้วนแต่เคลื่อนที่ไปสู่ความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทุกอย่างในโลกนี้ เคลื่อนไปสู่การสลายตัวทั้งสิ้น ไม่ยึด ไม่ทุกข์ ไม่สุข ละได้ย่อมสงบ ชีวิตทุกข์ การเกิดมาเป็นมนุษย์ชาติหนึ่ง จะว่าประเสริฐ จะว่าไม่เสริฐก็ไม่ประเสริฐ จะเห็นได้ว่า ตี่นเช้าก็มีความทุกข์เข้าครอบงำ จะต้องล้างหน้าล้างปาก ล้างฟัน ล้างมือ เสร็จแล้วจะกินต้องถ่าย นี่คือความทุกข์แห่งกายเนื้อ เมื่อเราจะออกจากบ้าน ก็จะประสบความทุกข์ในหมู่คณะ ในการงาน ในสัมมาอาชีวะ การเลี้ยงตนชอบนี่คือ ความทุกข์ในการแสวงหาปัจจัย การที่เราไม่ต้องทุกข์มากนักนั้น เราจะต้องรู้ว่า เราต้องเป็นตัวของเราเองและเราจะต้องวิจัยในเหตุการณ์ที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับตัวเราว่าสิ่งใดเราควรทำ สิ่งใดที่เราไม่ควรทำ

ในการที่เราจะเกิดมา ชีวิตแห่งการเกิดนั้นง่าย แต่ชีวิตแห่งการเป็นอยู่นั่นสิยาก เราจะต้องทำอย่างไรให้ได้มีความสุข ทุกวันนี้ เกิดความทุกข์ ความเดือดร้อน ก็เพราะมนุษย์ไปยึดโน่น ยึดนี่ ยึดพวกยึดพ้อง ยึดหมู่คณะ ยึดประเทศเป็นสรณะ โดยไม่คำนึงถึงธรรม ทุกคนล้วนมีกรรมตามวระ ตามกรรม ถ้าทุกคนยึดถือเป็นอารมณ์ ก็จะเกิดการเข่นฆ่ากันเยอะมาก เกิดการฆ่าฟัน ขโมยสินทรัพย์ เพราะอารมณ์แห่งการยึดถืออายตนะ ฉะนั้น สัตว์โลกก็มความสุข สิ่งนั้นควรทำนี่คือความจริงของธรรมะ

ในภาวะแห่งการที่จะอยู่อย่างสบายนั้นเราต้องอยู่กันอย่างไม่ยึด อยู่กันอย่างไม่ยินดี อยู่กันอย่างไม่ร้าย อยู่กันอย่างพยายามให้จิตวิญญาณของนามธรรมนั้นเหนืออารมณ์ เหนือคำสรรเสริญ เหนือนินทา เหนือความผิดหวัง เหนือความสำเร็จ เหนือความรัก เหนือชัง ถ้าเรามีชีวิตอยู่อย่างที่ว่า เกิดเพราะเรามีกรรม อยู่เพื่อกรรมทำเพราะกรรมตายเพราะกรรมแล้ว ชีวิตการเป็นมนุษย์ย่อมมีความภิรมย์ มีความรื่นเริง

มนุษย์ถูกสร้างขึ้นให้มีสิ่งพิเศษทั้งปวงบนโลกคือปัญญา ที่หาสัตว์ประเภทใดเทียบได้ นี่อาจเป็นเพราะความต้องการของธรรมชาติที่มีเป้าหมายอย่างหนึ่งก็เป็นได้ สิ่งหนึ่งในการมีปัญญาของมนุษย์ มนุษย์สามารถใช้วิธี หรือเป็นผู้จัดการสิ่งต่างๆได้โดยวิธีที่แตกต่างออกไป เมื่อถูกสัตว์เล็กคุกคามอย่างยุง มนุษย์ใช้ปัญญาสร้างสรรค์ปกป้องตนได้มากหลากวิธี ย้อนมองบางทีผู้ที่สิ้นปัญญาหาทางออกจากคำพูดอย่างหนึ่งจากผู้อื่นอาจเหมือนถูกน้ำลายทำลายปัญญาและสติสิ้น หรือบางทีเขาถมน้ำลายรดปัญญาตัวเองว่ามันไร้ค่าที่จะพาสิ่งดีๆให้ชีวิตได้อีก